วัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริม สำหรับลูกน้อยวัย 1 - 3 ปี

           การรับวัคซีนเข้าสู่ร่างกายเป็นวิธีป้องกันโรคที่ได้ผลดีที่สุด ซึ่งก็มีทั้งแบบฉีดและแบบรับประทาน คุณพ่อคุณแม่ควรจะรู้ด้วยว่าคุณหมอกำลังจะฉีดวัคซีนอะไรให้กับลูก รวมทั้งเฝ้าสังเกตลูกอย่างใกล้ชิดหลังจากรับวัคซีน ว่ามีอาการอะไรแทรกซ้อนหรือไม่ จากนั้นให้เก็บเป็นข้อมูลเพื่อแจ้งให้คุณหมอทราบเวลามารับวัคซีนครั้งต่อไป 

         วัคซีนพื้นฐานแนะนำโดยกระทรวงสาธารณสุข

           เด็กวัย 12 - 18 เดือน : ควรได้รับวัคซีน ไข้สมองอักเสบเจอี#1 และ#2 (วัคซีนเชื้อตาย : ห่างกัน 1-4 สัปดาห์) 

           เด็กวัย 18 เดือน : ควรได้รับวัคซีน คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดปกติ#4 หยอดโปลิโอ#4

           เด็กวัย 2 – 2 ½ ปี : ควรได้รับวัคซีน ไข้สมองอักเสบเจอีชนิดเชื้อตาย#3

           เด็กวัย 4 - 6 ปี : ควรได้รับวัคซีน คอตีบ - บาดทะยัก - ไอกรนชนิดปกติ#5 หยอดโปลิโอ#5 หัด-หัดเยอรมันคางทูม#2

            
              วัคซีนเสริมแนะนำโดยกระทรวงสาธารณสุข

          เด็กวัย 12 - 18 เดือน : ควรได้รับวัคซีน ไข้สมองอักเสบเจอีชนิดวัคซีนเชื้อมีชีวิต#1 และ#2 ห่างกัน 3 เดือน -1 ปี ไอพีดี#4 (ไม่สามารถรวมกับวัคซีนอื่นได้) อีสุกอีใส#1 ตับอักเสบเอ#1 และ #2 (ห่างกัน 6-12 เดือน) 

           เด็กวัย 18 เดือน : ควรได้รับวัคซีน คอตีบ - บาดทะยัก - ไอกรนชนิดไร้เซลล์ โปลิโอชนิดฉีด ฮิบ#4 

           เด็กวัย 2 – 2 ½ ปี : ควรได้รับวัคซีน ไม่ต้องฉีดไข้สมองอักเสบเจอี#3 หากใช้วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิต
หากยังไม่ฉีดอีสุกอีใสหรือตับอักเสบเอให้ฉีดได้เลย 

           เด็กวัย 4 - 6 ปี : ควรได้รับวัคซีน คอตีบ - บาดทะยัก - ไอกรนชนิดชนิดไร้เซลล์สูตรเด็ก โปลิโอชนิดฉีด (หรือคอตีบ - บาดทะยัก - ไอกรน ชนิดไร้เซลล์สูตรผู้ใหญ่ - โปลิโอชนิดฉีด)#5  อีสุกอีใส#2