โรคเชื้อราในปาก(Thrush)


         โรคเชื้อราที่ปาก (ยีสต์) เป็นโรคเชื้อราที่อาจเกิดที่หัวนมหรือในเต้านมเนื่องจากเชื้อตัวนี้สามารถเจริญเติบโตในน้ำนม การติดเชื้อเกิดจากเชื้อ candida ที่มีปริมาณมากเกินไป โดยปกติเชื้อ candida สามารถพบได้ในร่างกายคนปกติโดยจะถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายโดยแบคทีเรียตามธรรมชาติที่อยู่ในร่างกาย  แต่ถ้าความสมดุลของแบคทีเรียตามธรรมชาติเปลี่ยนไป candida สามารถเพิ่มปริมาณมากขึ้นจนทำให้เกิดอาการติดเชื้อได้ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเชื้อราในปากมีตั้งแต่ ผิวหนังมีความชื้นมากไป หรือหัวนมปวดหรือแตก การรับประทานยาแก้อักเสบ การรับประทานยาคุมกำเนิดหรือสเตียรอยด์ การรับประทานอากหารที่มีปริมาณน้ำตาลมากหรืออาหารที่มียีสต์ การเจ็บป่วยเรื้อรังเช่น การติดเชื้อ HIV โรคเบาหวาน หรือภาวะโลหิตจาง

         อาการอื่นๆที่แสดงว่าคุณแม่เป็นโรคนี้ ได้แก่ หัวนมเป็นสีชมพู ตกสะเก็ด คัน หรือแตก หรือหัวนมมีสีชมพูเข้ม หัวนมพุพอง คุณแม่อาจมีอาการเจ็บลึกๆในเต้านมระหว่างหรือหลังการให้นม หรือปวดเต้านม

         การติดเชื้อสามารถก่อตัวในปากของลูกจากการสัมผัสกับหัวนม โดยจะมีลักษณะเป็นจุดขาวบนหรือในกระพุ้งแก้ม เหงือกหรือลิ้น  การติดเชื้ออาจมีลักษณะเหมือนผื่นผ้าอ้อม (จุดเล็กสีแดงรอบๆผื่น) แต่ไม่สามารถใช้รักษาให้หายโดยยารักษาผื่นผ้าอ้อม ทารกหลายคนที่เป็นโรคเชื้อราในปากอาจปฏิเสธการดูดนม หรืออาจมีแก๊สในท้อง หรือมีอารมณ์ฉุนเฉียว

วิธีการรักษา

1. คุณแม่ควรใช้ยาทั้งสำหรับรักษาหัวนมและยาสำหรับลูก  ยาสำหรับมารดามักเป็นครีมหรือขื้ผึ้งสำหรับทาหัวนม ยาสำหรับเด็กมักเป็นยาน้ำสำหรับรับประทาน(เพื่อรักษาอาการในช่องปาก) หรือครีมหรือขี้ผึ้งสำหรับรักษาผื่นด้านนอก

2. ใช้ยา herbal gentian violet (ยาป้ายลิ้นสีม่วง)  ยาตัวนี้ใช้ได้ผลเร็วและไม่แพง คุณแม่สามารถซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ใช้คอตตันบัตแต้มยาป้ายที่ปากลูก หรือป้ายที่หัวนม  ข้อเสียของยานี้คือเปรอะเปื้อนได้ง่าย ก่อนใช้ควรถอดเสื้อผ้าลูกออกจนถึงผ้าอ้อม เมื่อกวาดลิ้นลูกเสร็จ ก็ให้ลูกดูดนม วิธีนี้จะทำให้ยามาอยู่บนหัวนมและลานนมได้ ถ้าหัวนมยังมียาไม่มากพอก็ใช้คัตตอนบัดป้ายยามาทาจนทั่ว ทำทุกวันวันละครั้งประมาณ 1 สัปดาห์ 

3. โรคนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการรักษา ที่สำคัญที่สุดต้องไม่พยายามให้เชื้อแพร่ออกไป อย่าเก็บสต็อคนมที่มีเชื้อนี้อยู่ เปลี่ยนแผ่นรองซับน้ำนมบ่อยๆ ล้างหรือซักเสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดตัวที่สัมผัสบริเวณที่มีเชื้อด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 122 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 50องศาเซลเซียส)