วิธีแก้เด็กสมาธิสั้น

เด็กสมาธิสั้น คือเด็กที่มีปัญหาของการควบคุมตนเองไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะพบในเด็กอายุก่อน 7 ปี แต่อาการมักจะเด่นชัดเมื่อเด็กมีอายุ 4-5 ปี โดยจะมีอาการวอกแวก มีปัญหาในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซนเป็นลิง ใจร้อน มักจะทำอะไรโดยไม่ทันได้คิด และไม่มีสมาธิ สำหรับพฤติกรรมในเด็กเล็กจะเล่นอะไรได้ไม่นาน เปลี่ยนของเล่นไปเรื่อย ๆ ถ้าเป็นเด็กโตมักทำงานไม่เสร็จตามที่สั่ง ทำงานตกหล่น ไม่ครบ ไม่ละเอียด เป็นต้น ซึ่งในทางการแพทย์ระบุว่าสาเหตุที่เด็กเป็นโรคสมาธิสั้นนั้น เป็นเพราะว่ามีความผิดปกติของสารสื่อนำประสาท ซึ่งทำหน้าที่ส่งข้อมูลจากเซลล์ประสาทตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่ง จึงทำให้สมองบางส่วนที่ทำหน้าที่สร้างความเอาใจใส่ และทำหน้าที่ยับยั้งให้เคลื่อนไหวช้าลงทำงานไม่ดีเท่าที่ควร

วิธีการแก้อาการสมาธิสั้นของลูกน้อย
รักษาด้วยยา : การรักษาที่ตรงจุดที่สุด ก็คือ การให้เด็กกินยาเพิ่มสมาธิ ซึ่งยาประเภทนี้เป็นยากระตุ้นสมองให้ตื่นตัว (ไม่ใช่ยากดประสาท) ดังนั้นเด็กจะรับรู้สิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น มีสมาธิดีขึ้น สงบขึ้น และควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น แต่การที่จะให้เด็กกินยานั้นผู้ปกครองจะต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อแพทย์จะได้จัดยาให้เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับเด็ก 

ฝึกฝนให้ควบคุมตัวเอง : การที่จะฝึกให้เด็กควบคุมตนเองได้ คุณพ่อคุณแม่ควรจัดสรรกิจวัตรประจำวันของเด็กๆ ให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอตามเวลาที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นเวลาตื่นนอน เวลารับประทานอาหาร อาบน้ำ ไปโรงเรียน ทำการบ้าน หรือเข้านอน เป็นต้น นอกจากนี้ควรฝึกฝนให้เด็กมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานที่กำลังทำได้ต่อเนื่อง ประมาณ 20-30 นาที โดยเน้นให้เด็กนั่งอยู่กับที่ ทำงานจนเสร็จก่อนที่จะลุกไปทำอย่างอื่น ซึ่งในช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิดและคอยให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้เด็กทำได้สำเร็จ และเมื่อเด็กๆ สามารถทำได้แล้ว ควรให้คำชมหรือให้รางวัลกับลูกตามความเหมาะสม เพื่อเด็กจะได้รู้สึกภูมิใจในตัวเองและต่อไปจะได้มีความตั้งใจมากขึ้น 

ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม : คุณพ่อคุณแม่จะต้องจัดสภาพแวดล้อมของบ้านให้เป็นระเบียบ ซึ่งภายในบ้านต้องไม่รกรุงรังและไม่วุ่นวายมากเกินไป เช่น จัดเก็บของเล่นต่างๆ ให้เข้าที่และพ้นจากสายตาเด็ก โดยใส่ตู้ ลิ้นชัก หรือตะกร้าให้เรียบร้อย เพื่อเป็นการไม่ให้สิ่งของหรือวัตถุเหล่านี้มากระตุ้นเด็กให้เกิดความวอกแวกหรือเปลี่ยนความสนใจง่ายๆ นอกจากนี้เวลาเด็กทำการบ้าน คุณพ่อคุณแม่ควรจัดหามุมสงบๆ ให้กับลูก ซึ่งห้องต้องไม่กว้างเกินไป ไม่มีคนเดินไปมาบ่อยๆ และไม่ควรเปิดทีวีเสียงดัง ซึ่งอาจเป็นการทำลายสมาธิของเด็กๆ ได้