มื่อลูกน้อย ติดขวดนม

แพทย์ มักแนะให้เลิกดูดนมขวดตั้งแต่อายุประมาณ 6 เดือน และฝึกให้ทานนมจากแก้วหรือจากหลอดแทน เพราะช่วงนี้เด็กเริ่มนั่งได้ สามารถใช้มือจับแก้วได้ เพราะถ้าหากฝึกให้ลูกเลิกนมขวดช้ากว่านี้จะยาก เพราะเขาจะดื้อ ไม่ยอมฟังเหตุผล ขณะเดียวกัน ควรหยุดให้นมตอนกลางคืนตั้งแต่อายุ 6 เดือน 

การเตรียมพร้อมในการเลิกนมขวด ต้องเตรียมตั้งแต่เริ่มให้นม โดยตอนให้นมขวดไม่ควรเติมของรสหวานลงทุกชนิดไปในขวดนม ควรให้ลูกดูดนมเป็นเวลา แยกเวลากินเวลานอนออกจากกัน ไม่ควรให้นมลูกก่อนเข้านอน เพราะการการดูดนมหลับคาขวด จะทำให้มีโอกาสเกิดฟันผุมาก 

เมื่อลูกติดนมขวดมีผลอย่างไร 
1. ฟันผุ ฟันสบกันไม่ดี โดยส่วนใหญ่แล้วแม่มักให้ลูกดูดนมก่อนนอน จนลูกหลับคาขวดนม เด็กจะติด บางคนถ้าไม่ได้ดูดนม ก็จะนอนไม่หลับเลย เมื่อเป็นเช่นนั้นบ่อยๆ เด็กก็มีโอกาสเกิดฟันผุจากคราบน้ำนมที่ค้างปากทั้งคืน และยิ่งเป็นขนมชนิดหวาน ก็ย่อมมีผลมากขึ้นด้วย และนอกจากนี้ ถ้าคุณแม่ปล่อยให้น้องดูดนมขวดเป็นเวลานาน จนเด็กโต จุกนมที่ดูดนั้นมีผลต่อการเรียงของฟัน ทำให้การสบฟันไม่ดี ฟันยื่น และเสียโอกาสในการเรียนรู้ฝึกฝน พัฒนา ปากและฟัน ตามขั้นตอนด้วย 

2. โรคอ้วน ในวัย 1 ขวบขึ้น เป็นวัยที่ทานข้าวเป็นสารอาหารหลัก ส่วนนมนั้นเป็นอาหารเสริม แต่ในเด็กที่ทานนมขวด มักไม่ค่อยทานข้าว เพราะติดรสหวานจากนมขวด ทำให้ไม่สนใจที่จะทานข้าว เมื่อทานนมมากๆ ก็จะได้แต่น้ำตาล ขาดสารอาหารจากข้าวตามวัยที่เด็กควรจะได้รับ จึงทำให้เกิดโรคอ้วนตามมาได้ 

3. ไม่ยอมทานข้าว เด็กที่ติดขวดนมมักปฏิเสธการทานข้าว ทานน้อย และถ้าปล่อยไว้จนโต เด็กก็จะดื้อจนปรับเปลี่ยนได้ยากมากขึ้น จนติดการดูดนมจนเป็นกิจวัตร แม้ไม่หิวก็ดูด เด็กจึงไม่รู้สึกอยากทานข้าว 

4. ขาดทักษะที่สำคัญ ยังทำให้เด็กเสียโอกาสในการพัฒนาทักษะการพูด การเคี้ยวและการใช้มือในการทำกิจกรรมอื่นๆ อีกด้วย