"นมแพะ" มีประโยชน์อย่างไร

ปัจจุบัน นมแพะได้รับความนิยมนำมาเลี้ยงดูเด็กทารก จากการศึกษาวิจัยพบว่า เมื่อเปรียบเทียบระหว่างนมแพะผงกับนมแม่ นมแพะถือว่ามีคุณสมบัติใกล้เคียงกับนมแม่มากที่สุด แต่อย่างไรนมแม่ก็มีสารอาหารที่ครบถ้วนและดีที่สุดสำหรับทารกอยู่แล้ว เนื่องจากในนมแม่มีโปรตีนที่ย่อยได้ง่ายทั้งหมดในเวลาที่รวดเร็ว ลูกน้อยจึงสามารถนำไปใช้ในการเสริมสร้างพัฒนาการและเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่

นมแพะ ประกอบด้วยอนุภาคไขมันที่มีขนาดเล็กกว่าอนุภาคไขมันในนมวัว เอนไซม์สามารถแตกสลายอนุภาคไขมันได้ง่ายกว่า และทำให้ย่อยได้ง่ายกว่า อีกทั้งยังมีกรดไขมันสายยาวปานกลาง (Medium Chain Triglycerides, MCT) สัด ส่วนสูง เนื่องจากน้ำย่อยไลเปสสามารถย่อยสลายอาหารที่ประกอบด้วยกรดไขมันสายยาว ปานกลางให้เป็นกรดไขมันอิสระ ดังนั้นทารกและเด็กเล็กที่ดื่มนมแพะจะสามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ง่าย และรวดเร็วกว่านมผงดัดแปลงจากนมวัว และนมแพะยังมีปริมาณของโปรตีนแอลฟ่า เอสวันเคซีนที่น้อยมาก ทำให้มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมให้ร่างกายทารกมีประสิทธิภาพการย่อยสารอาหาร โปรตีนชนิดอื่นได้มากขึ้นอีกด้วย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเป็นภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ นมแพะยังมีนิวคลีโอไทด์ (Natural Nucleotide) 5 ชนิดที่คล้ายกับนมแม่ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและลดการเกิดการแพ้อาหาร มีสารโพลีเอมีนส์ (Polyamines) ช่วยลดปฎิกิริยาของการแพ้อาหารมี โกรทแฟคเตอร์ (Growth factor) ชนิดไอจีเอฟวัน (IGF-1) และทีจีเอฟ เบต้า (TGF- β) ช่วย ให้เกิดการพัฒนาของระบบลำไส้และการย่อยสมบูรณ์ พร้อมทั้งเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ครบถ้วน การที่นมแพะประกอบด้วยสารนิวคลีโอไทด์จำนวนมาก มันจะทำหน้าที่ในการป้องกันเชื้อแบคทีเรียไวรัสและปรสิตในทางเดินอาหาร ช่วยให้แบคทีเรียมีประโยชน์ชนิดบิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) ในลำไส้ของทารกเพิ่มขึ้น แต่จะกำจัดแบคทีเรียแกรมลบที่ก่อให้เกิดโรคชนิดเอนเทอโรแบคทีเรีย (Enterobacteria)

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผลิตภัณฑ์นมให้เลือกซื้อจำนวนมากในท้องตลาด แต่นมแม่ก็ยังถือว่าเป็นนมที่ดีที่สุดของทุกๆ ชีวิต ควรให้นมแม่เป็นทางเลือกที่หนึ่งของลูก แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นจริงๆ ที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ ทดแทน ควรมีการเลือกอย่างละเอียดและต้องใส่ใจกับสารอาหารที่ลูกจะได้รับ เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาสมองและร่างกายของลูกน้อยให้เติบโตอย่างมี ประสิทธิภาพ