เมื่อลูกก้าวร้าว อารมณ์ร้าย พ่อแม่ควรทำอย่างไรดี ?

ในเด็กอายุ 2 - 5 ปี เป็นช่วงที่เริ่มมีพัฒนาการทางอารมณ์และสังคม เริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง และมักจะยึดตนเองเป็นหลัก เมื่อเขารู้สึกเครียด ซึมเศร้าหรือรู้สึกคับข้องทางอารมณ์ ด้วยความที่เป็นเด็ก จึงยังไม่รู้จักการจัดการอารมณ์ที่เหมาะสม ทำให้พวกเขาระบายอารมณ์ออกมาด้วยการก้าวร้าว อาละวาด ทำกิริยาไม่สุภาพ ในเด็กบางรายนอกจากจะเป็นการก้าวร้าวตามช่วงวัยแล้ว ก็อาจมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมในครอบครัว ปัญหาทางสุขภาพจิต โรคสมาธิสั้น โรคออทิสติก เป็นต้น 

คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือและจัดการกับความก้าวร้าวของลูกน้อยได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

1. เข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของลูกน้อย 
เนื่องจากเด็กในวัยนี้ ยังไม่รู้จักสภาพอารมณ์ของตัวเอง ยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองอย่างไร ควรทำอย่างไรเพื่อแสดงความรู้สึกหงุดหงิด โมโหออกมา เมื่อลูกทำพฤติกรรมก้าวร้าว อาละวาดออกมา คุณพ่อคุณแม่จึงควรใจเย็นๆ เข้าใจธรรมชาติของเด็กตามวัย รับฟังความรู้สึกของเขา และพยายามปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยการให้เหตุผลแก่ลูก เช่น หากลูกหงุดหงิดเขวี้ยงสิ่งของหรือทุบตีผู้อื่น คุณพ่อคุณแม่อาจพูดด้วยความสงบและหนักแน่น บอกเขาว่าเรารู้ว่าลูกกำลังโกรธ แต่ลูกจะทำลายข้าวของหรือทุบตีคนอื่นแบบนี้ไม่ได้ พร้อมกับเสนอทางเลือกในการระบายอารมณ์ทางอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น เขวี้ยงลูกบอล ทุบดินน้ำมัน เป็นต้น 

2. สอนให้ลูกรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา 
คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักสิทธิของตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่น สอนให้เขารู้จักควบคุมอารมณ์ตนเองและแสดงความรู้สึกออกมาด้วยถ้อยคำหรือการกระทำที่เหมาะสม สอนให้ลูกรู้ว่าความก้าวร้าวเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง และฝึกให้เขารู้จักชะลอความโกรธ ด้วยการนับ 1 - 10 หรือหากเขามีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อผู้อื่น ก็ควรฝึกให้เขารู้จักขอโทษกับคนที่เขาทำผิดด้วย พร้อมบอกว่าพฤติกรรมก้าวร้าวแบบนี้จะทำให้คนอื่นเสียใจได้ นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่อาจใช้วิธีเสริมแรงบวกเพื่อปรับพฤติกรรม เช่น เมื่อลูกทำพฤติกรรมที่เหมาะสมตามที่ตกลงกันไว้ คุณพ่อคุณแม่อาจให้รางวัล เป็นคำชมเชย หรือสิ่งของที่เขาต้องการ เป็นต้น 

3. สอนให้เขารับผิดชอบการกระทำของตนเอง 
การฝึกให้ลูกได้เรียนรู้และรับผิดชอบผลของการกระทำที่ไม่เหมาะสมของตัวเองนั้น จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้และเข้าใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองต่อไปในอนาคต เช่น เด็กเขวี้ยงข้าวของจนเลอะเทอะ ก็ให้เขาเก็บกวาดสิ่งที่เขาทำให้เรียบร้อย เพื่อเป็นการฝึกให้เขารู้จักยับยั้งอารมณ์ รู้จักคิดและควบคุมตัวเองก่อนที่จะทำสิ่งใดลงไป หรือหากลูกก้าวร้าวกับผู้อื่น ก็อธิบายให้เขารู้ว่า ถ้าทำสิ่งนี้ลงไปแล้วคนนั้นจะรู้สึกอย่างไร เป็นต้น

4. ลงโทษเมื่อลูกทำผิด 
การลงโทษในที่นี้ไม่ได้หมายถึง การดุด่า หรือการใช้ความรุนแรงกับลูก เพราะหากคุณพ่อคุณแม่ทำแบบนั้นกับลูก จะยิ่งเป็นการเพิ่มความก้าวร้าวให้กับลูกและเขาอาจทำพฤติกรรมนี้กับคนอื่นได้ หากแต่เป็นการลงโทษที่สร้างสรรค์ บอกห้ามและให้เหตุผลว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ผิดและไม่เหมาะสม พร้อมกับแนะนำการแสดงออกในทางอื่นที่ไม่ใช่การทำลายสิ่งของหรือทำร้ายผู้อื่น เช่น ให้เขาตะโกนออกมาว่ารู้สึกโมโห หรือแสดงออกด้วยการทุบหมอน เป็นต้น แต่หากลูกอาละวาด งอแง คุณพ่อคุณแม่ควรแยกตัวเขาออกมานั่งเฉยๆ คนเดียว ประมาณ 1 - 2 นาที จะทำให้เขาสงบสติอารมณ์ลงและเรียนรู้ว่าหากเขาอาละวาด จะต้องถูกทำโทษด้วยการนั่งคนเดียว เมื่อลูกใจเย็นลงแล้ว คุณพ่อคุณแม่จึงเข้าไปคุยกับลูกด้วยเหตุผลอีกครั้ง 

5. พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก 
หากลูกมีอารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าว คุณพ่อคุณแม่ต้องมีสติ ใจเย็นๆ และระวังอารมณ์ของตนเอง ไม่ควรใช้อารมณ์โต้ตอบเด็กหรือเอาชนะกัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกในการควบคุมอารมณ์โกรธ พร้อมกับให้กำลังใจลูกและทำให้ดูเป็นแบบอย่าง นอกจากนี้สมาชิกในครอบครัวควรมีความรัก ความสามัคคีต่อกัน ก็จะช่วยให้ลูกลดพฤติกรรมก้าวร้าวได้มากขึ้น รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะกระตุ้นความก้าวร้าวของลูก เช่น การทะเลาะเบาะแว้งกันในครอบครัว หรือ การให้ลูกดูรายการทีวีที่มีพฤติกรรมรุนแรง เป็นต้น 

ทั้งนี้ การปรับพฤติกรรมก้าวร้าวของลูกนั้น ไม่ใช่แค่การอบรมสั่งสอนด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องผ่านความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว เด็กๆ จะได้ซึมซับสถานการณ์จากแบบอย่างที่ดี ภายใต้บรรยากาศของความรักและความอบอุ่นในครอบครัวนั่นเอง