ลูกชัก ทําอย่างไร ?

"การชักในเด็ก" ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายและอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ซึ่งสาเหตุของอาการชักนั้น ก็มักจะมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน แต่สาเหตุหลักๆ ที่พบได้บ่อยก็คือภาวะชักจากไข้สูงซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าพ่อแม่บางคนคงจะทำอะไรไม่ถูกอย่างแน่นอน หากต้องอยู่ในสถานการณ์นั้น แต่ถึงอย่างนั้นจะไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ เพราะถ้าปล่อยให้ลูกชักนานๆ ก็อาจส่งผลแทรกซ้อนตามมา อย่างเช่น พิการทางสมอง หรือปัญญาอ่อนได้เลยทีเดียว 

ทั้งนี้อาการชักจากภาวะไข้สูงที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก เมื่อลูกน้อยชักจะมีอาการชักแบบเกร็ง หรือกระตุกทั้งตัว ซึ่งจะเกิดขึ้นขณะที่มีไข้สูง โดยทั่วไปแล้วอุณหภูมิในร่างกายจะมากกว่า 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งจะพบได้ในเด็กที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี แต่ในช่วง 1 - 2 ปีจะพบได้บ่อยที่สุด

เมื่อลูกมีอาการชัก ควรรับมืออย่างไร? 
1. พ่อแม่ควรตั้งสติ อย่าตื่นตกใจ เพื่อจะได้ช่วยเหลือลูกได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที 

2. ถอดหรือคลายเสื้อผ้าของลูกน้อยออก 

3. ค่อยๆ จับลูกนอนลงบนพื้นราบ โดยจับตะแคงตัวเด็ก แล้วจับศีรษะหันข้างให้อยู่ในระดับต่ำกว่าลำตัวเล็กน้อย เพื่อเปิดทางเดินหายใจและป้องกันการสำลัก 

4. หากมีอาหาร หรือน้ำลายติดอยู่ที่ปากควรรีบเช็ดออกทันที แต่สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาดก็คือ ไม่ควรนำวัสดุหรืออุปกรณ์ทุกชนิดงัดหรือล้วงเข้าไปในปากเด็ก เพราะโอกาสที่เด็กจะกัดลิ้นตัวเองนั้นแทบไม่มี แต่การทำแบบนี้อาจทำให้เกิดบาดแผลในปาก หรืออาจทำให้ฟันของลูกน้อยหักได้

5. ห้ามเขย่าหรือตี เพื่อให้ลูกตื่นหรือรู้สึกตัว เพราะจะทำให้ลูกมีอาการชักมากขึ้น 

6. รีบเช็ดตัวเด็ก โดยการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดบริเวณข้อพับต่างๆ ตามแขน ขา จากนั้นเช็ดตามลำตัว โดยเช็ดในทิศทางย้อนเข้าหาหัวใจ เพื่อเปิดรูขุนให้ระบายความร้อนออก ซึ่งการเช็ดตัวเด็กจะช่วยให้ไข้ลดได้ดี และจะทำให้เด็กหยุดชักได้เร็ว 

7. เมื่ออาการชักสงบแล้วให้รีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลโดยทันที เพื่อให้แพทย์ตรวจประเมินอาการและรักษาต่อไป