วิธีสังเกตอาการของเด็กที่เป็น ออทิสติก

โรคออทิสติก เป็นโรคที่อยู่ในกลุ่ม พีดีดี (Pervasive Developmental Disorders : PDDs) หรือ ความบกพร่องของพัฒนาการแบบรอบด้าน แสดงอาการอย่างชัดเจนในวัยเด็ก มักพบในช่วง 2 ขวบปีแรก มีผลทำให้พัฒนาการทางด้านสังคมและภาษาบกพร่อง มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของสมองตั้งแต่กำเนิด โดยจะส่งผลต่อพัฒนาการทั้ง 3 ด้าน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการของเด็กออทิสติก ได้ดังนี้

พัฒนาการด้านการเข้าสังคม 
เด็กไม่มองหน้า ไม่สบตาขณะพูดด้วย ไม่เข้าใจคำสั่งง่ายๆ ไม่มีความสนใจร่วมกับคนอื่น ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกทางสีหน้า และไม่มีภาษาท่าทางเพื่อการสื่อสาร ชอบเล่นคนเดียวอยู่ในโลกส่วนตัว ปลีกวิเวกอยู่ตามลำพัง ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นยาก 

พัฒนาการด้านการสื่อสาร 
เด็กพูดช้ากว่าวัย พูดซ้ำๆ ทวนคำ ทวนประโยคไปมา พูดภาษาแปลกๆ ไม่มีความหมายที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้ ส่งเสียงไม่เป็นภาษา ไม่สามารถใช้ภาษาท่าทางสื่อสารกับบุคคลอื่นได้ เช่น การพยักหน้า ส่ายหน้า หรือการแสดงสีหน้าอารมณ์ความรู้สึก 

พัฒนาการด้านพฤติกรรม 
ชอบเล่นซ้ำๆ มองซ้ำๆ ทำกิจกรรมเดิมๆ เช่น ดูการ์ตูนเรื่องเดิมๆ หรือนั่งจ้องอะไรเป็นเวลานานๆ ชอบเล่นตามลำพัง แต่เล่นของเล่นไม่เป็น มักเอามาเคาะ โยน ถือ ดม เอาเข้าปาก หรือเอามาเรียงเป็นแถว ปรับตัวยากต่อการเปลี่ยนแปลง มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มากหรือน้อยเกินไป เช่น ไม่สามารถทนเสียงดังได้ หรือชอบทำให้เกิดเสียงดังๆ แล้วหัวเราะชอบใจ บางครั้งก็มีอาการทำร้ายร่างกายตัวเอง เป็นต้น 

หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกของตัวเองจะเป็นเด็กออทิสติกหรือไม่นั้น ให้หมั่นสังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการของลูกอยู่เสมอตั้งแต่แรกคลอดจนถึงช่วงวัย 3 ขวบ และเมื่อพบว่าลูกมีพัฒนาการที่ผิดปกติทางด้านสังคมและภาษา เช่น มีพัฒนาการช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน หรือไม่มีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่หรือคนรอบข้าง ควรนำเด็กไปพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการวินิจฉัยและรีบรักษาตั้งแต่อายุยังน้อย และถึงแม้ว่าโรคออทิสติกจะยังไม่มีวิธีการดูแลรักษาให้หายขาดได้ แต่เด็กออทิสติกสามารถรักษาได้ด้วยการส่งเสริมพัฒนาการและลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมให้ใกล้เคียงกับเด็กปกติ ให้เขาสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างคนปกติทั่วไปมากที่สุด