เทคนิคง่ายๆ สำหรับการปรุงอาหารให้ลูกน้อย

1.เติมให้ครบ 5 หมู่ 
ในหนึ่งมื้อ คุณแม่คงเคยเห็นพีรามิดที่พูดถึงสัดส่วนอาหารหลัก 5 หมู่ ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เนื้อสัตว์ และผักผลไม้ต่าง ๆ ดูแล้วช่างมากมายเหลือเกิน จะจัดสัดส่วนให้ลูกกินครบทั้งหมดได้อย่างไร อยากบอกว่าไม่ยากเลย เพราะคุณพ่อคุณแม่สามารถลดและเพิ่มสัดส่วนเหล่านี้ได้ ในมื้ออาหารของลูกเอง ยกตัวอย่างเช่น แกงจืดเต้าหู้หมูสับใส่ผักหวานกับข้าวสวยร้อนๆ ลูกจะได้คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลจากข้าว โปรตีน และไขมันจากหมูสับและเต้าหู้ วิตามินต่างๆ จากผักหวาน และควรตบท้ายด้วยผลไม้ 2 - 3 ชิ้น เช่น แอปเปิ้ล มะละกอ หรือมะม่วงสุกเพื่อเพิ่มวิตามินและเกลือแร่

2. เมนูหลากหลาย 
ลูกน้อยวัยนี้ค่อนข้างขี้เบื่อ และต้องการแสวงหารสชาติที่แปลกใหม่อยู่เสมอ ถ้าคุณแม่ต้มแกงจืดหม้อเดียวกินทั้งสัปดาห์ เจ้าหนูอาจจะปฏิเสธเอาง่ายๆ ควรมาปรับเมนูให้หลากหลาย ทำเมนูที่ไม่ซ้ำเดิม อย่างเช่น นำแกงจืดมาทำเป็นน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า เกี๊ยวน้ำ ข้าวต้ม เพิ่มคุณค่าด้วย หมูทอดหรือไก่ทอดอร่อยๆ แทน แค่นี้ก็เรียกน้ำย่อยให้คืนกลับมาได้แล้ว

3. ปลาทูแหล่งโอเมก้า 3 
โอเมก้า 3 จากปลาแซลมอลถือเป็นเมนูที่ราคาค่อนข้างแพง ใครเลยจะรู้ว่า ปลาทูที่นอนตัวอวบอยู่ในเข่งก็มีโอเมก้า 3 ไม่แพ้ปลาแซลอล เช่นกัน แถมราคาไม่แพงด้วย ทั้งนี้ ปลาทูยังมีโปรตีนสูง กินง่าย ไม่คาวจัด ในเนื้อปลาทู 100 กรัม จะมีโอเมก้า 3 ประมาณ 2 - 3 กรัม ซึ่งแต่ละวันร่างกายจะต้องการโอเมก้า 3 ประมาณวันละ 3 กรัม เพื่อช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกายและสมอง กลวิธีการปรุงก็คุ้นเคยกันดี นั่นก็คือ ทอด ต้มยำน้ำใส หรือต้มเค็มแสนอร่อย ดังนั้น ปลาทูก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่อร่อยได้สุขภาพที่เด็กๆ ปฏิเสธยาก

4. แทนขนมหวานด้วยผลไม้ 
เด็กบางคนติดของหวานเพราะกินขนมตามพี่ๆ หรือเพราะคนในบ้านตามใจ ขืนเป็นแบบนี้ไม่ดีแน่เพราะผลเสียที่ตามมานั้น มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟันผุ โรคเบาหวาน และโรคขาดสารอาหาร เพราะกินของหวานจนอิ่มแล้ว มักไม่มีพื้นที่ในท้องเหลือพอจะเติมอาหารมื้อหลักลงไปได้ ทำให้ร่างกายอ่อนแอเพราะได้รับแต่ของที่ไม่มีประโยชน์ นอกจากผลกระทบที่เราเห็นตอนนี้แล้ว เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ก็จะกลายเป็นคนกินยาก สุขภาพไม่ดี และมีโรคภัยก่อนวัยอันควร หากลูกน้อยติดกินขนม คุณแม่ต้องใช้ผลไม้เป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยแทน โดยเปลี่ยนเป็นผลไม้รสชาติอร่อย เช่น มะละกอ มะม่วงสุก แตงโม ชมพู่ เป็นต้น กำจัดขนมภายในบ้าน และปรับนิสัยให้กินเป็นเวลา รวมทั้งไม่กินของว่างหรืออาหารหลักหน้าทีวีอีกด้วย

5. คุ้นลิ้นหวานธรรมชาติ 
อาหารรสหวานกับเด็กๆ ย่อมเป็นของคู่กัน เพราะเด็กนิยมชมชอบอาหารรสหวานมากกว่ารสชาติอื่นๆ ซึ่งมีผลให้เด็กกินง่ายและกินในปริมาณมากทีเดียว แต่เมนูรสหวานที่กำลังแนะนำนี้ ไม่ใช่ของหวานอย่างขนมหรือลูกอม แต่สิ่งที่จะแนะนำนั้นคือ วัตถุดิบที่มีรสหวานอร่อยที่ปลายลิ้นมาประยุกต์เป็นเมนูต่างๆ โดยไม่ต้องเติมน้ำตาลจนทำให้ลูกติดหวาน วัตถุดิบที่พูดถึงเหล่านั้น ได้แก่ หัวหอม มันเทศญี่ปุ่น มะเขือเทศ แครอต ถั่วหวาน ข้าวโพด ผักหวาน ฟักทอง ฯลฯ โดยนำมาต้ม ผัด หรือนึ่งประกอบอาหารในเมนูต่างๆ ก็ทำให้เขาติดใจในรสชาติที่เป็นธรรมชาติ โดยมิได้เติมแต่งรสชาติใดๆ