โอเมก้า 3 คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดหนึ่ง (Un3saturated fatty acids) อาจพบได้ในเมล็ดพันธุ์และอาหารชนิดต่างๆ ได้แก่ เมล็ด Flax, Walnut ไข่ โยเกิร์ต พบโอเมก้า 3 สูงมาก ในสัดส่วนระหว่าง 2.5-8 กรัม/เนื้อปลา 200 กรัม พบในปลาทะเลเขตน้ำเย็นชนิดต่างๆ เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแฮร์ริ่ง ปลาแมกเคอเรล ปลาเมนฮาเดน ปลาคอด ปลาแอนโชวี่ ปลาแซลมอน และปลาทูน่า และจากการวิจัยยังพบในปลาทะเลไทย เช่น ปลาทู ปลาลัง ปลากะพง ปลาเก๋า ปลาสำลี ปลาอินทรี ปลาโอ เป็นต้น นอกจากนี้ในปลา น้ำจืดบางชนิด เช่น ปลาช่อน ปลาบู่ ก็มีโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เหมาะสมเช่นกัน 

โอเมก้า 3 มีคุณสมบัติที่ช่วยบำรุงสุขภาพ เนื่องจากกรดไขมันหลักที่ชื่อว่า Alpha-linolenic acid หรือ ALA ซึ่งเป็นกรดไขมันตั้งต้นที่จะสร้างเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ชื่อว่า Elcosapentaenoic acid หรือ EPA และ Docosahexaenoic acid หรือ DHA ซึ่งสารทั้งสองนี้เอง ที่จะเป็นสาระสำคัญในกระบวนการทางชีวเคมีระดับเซลล์ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ โอเมก้า 3 ยังช่วยควบคุมการขนส่งสารอาหารต่างๆ ไปทั่วร่างกาย และยังจำเป็นต่อการป้องกันและรักษาโรคต่างๆ ได้แก่ 

1. เป็นกรดไขมันดีที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของหัวใจอย่างแท้จริง เนื่องจากมีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิต ลดไขมันเลว LDL และไตรกลีเซอไรด์ ช่วยเพิ่มไขมันดีที่ชื่อ HDL ซึ่งช่วยลดการสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือด อันเป็นต้นเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดอุดตัน ทำให้ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด และอัมพฤกษ์อัมพาตได้ 

2. มีฤทธิ์ในการช่วยลดการอักเสบและลดปฏิกิริยาการก่อภูมิแพ้ และการตอบสนองต่อระบบภูมิต้านทานร่างกายที่ไวเกิน 

3. ช่วยปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิต ลดภาวะซึมเศร้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเรียนรู้และความจำ 

4. ส่งเสริมการทำงานของดวงตา 

5. ชะลอการเกิดมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก 

6. ในโอเมก้า 3 มีสาร Pregnancy and birth ที่เกี่ยวข้องกับการบีบรัดของมดลูกขณะคลอดบุตรแบบธรรมชาติ EPA จะเป็นสารที่จำเป็นต่อการผลิตและควบคุม Prostaglandins ในกระบวนการดังกล่าว นอกจากนี้ สำหรับทารกที่เกิดใหม่ นมมารดาที่ผลิตในช่วงแรกๆ จะมีกรดไขมันประเภทนี้อยู่สูง ดังนั้นหากทารกไมได้กินนมมารดาตามธรรมชาติ การกินนมที่เสริมด้วยโอเมก้า 3 ก็จะช่วยส่งผลดีต่อพัฒนาการของทารกได้อีกประการหนึ่ง ปริมาณการกินโอเมก้า 3 ที่แนะนำนั้นจะอยู่ที่วันละ 1-3 กรัม โดยอาจจะแบ่งกินใน แต่ละมื้อ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายสามารถนำสารสำคัญไปใช้ได้ทั้งหมด