โรคหัวใจวายขณะตั้งครรภ์

โรคหัวใจวายขณะตั้งครรภ์ มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย เนื่องจากการตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปี และอย่างมากที่สุดไม่เกิน 45 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่สุขภาพแข็งแรง ร่างกายพร้อมต่อการเจริญพันธุ์ จึงมีโอกาสเป็นโรคหัวใจวายเฉียบพลันขณะตั้งครรภ์ได้น้อย แต่คุณแม่ที่เคยมีประวัติเป็นโรคหัวใจมาก่อน หรือเป็นโรคหัวใจพิการตั้งแต่เด็ก ทั้งที่ได้รับการรักษาแล้ว หรือยังไม่ได้รับการรักษาร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม หรือไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจมาก่อน แม่กลุ่มนี้มีภาวะเสี่ยงที่จะมีอาการโรคหัวใจกำเริบระหว่างตั้งครรภ์ได้ง่าย

สาเหตุของการที่โรคหัวใจกำเริบ 
: เกิดจากขณะตั้งครรภ์ฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ปริมาณน้ำในร่างกายมีสูง หรือมักจะเรียกว่า อาการบวมน้ำ หลอดเลือดมีการขยายตัวมากขึ้น ทำให้มีความดันต่ำ หัวใจต้องทำงานหนัก มีโอกาสที่จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ ดังนั้น คุณแม่ที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจมาก่อน ต้องเข้ารับการตรวจร่างกายก่อนตั้งครรภ์ และสังเกตอาการของตัวเองอยู่เสมอ โดยแบ่งระดับอาการดังนี้ 
- ระดับ 0 - 1 ระดับปกติ คือ ทำงานได้เต็มที่ไม่เหนื่อย เดินหรือออกกำลังกายมีความเหนื่อยในระดับปกติ 

- ระดับ 2  คือ ทำงาน ยกของ หรือเดินมากๆ เริ่มมีอาการเหนื่อยมากกว่าปกติ แต่นั่งพักสักพักก็หาย 

- ระดับ 3  คือ เดินขึ้นบันได หรือเดินระยะทางเดิมแต่เหนื่อยง่าย มีอาการเหนื่อยหอบ หัวใจเต้นเร็ว หายใจไม่ทัน ควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด และอยู่ใกล้ชิดแพทย์ 

- ระดับ 4  คือ เดินช้าๆ หรือนอนเฉยๆ ขยับตัวไม่มาก ก็มีอาการเหนื่อยหอบ หากมีอาการเช่นนี้แสดงว่าอยู่ในระดับรุนแรง ควรรับการตรวจอย่างละเอียด และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

** อาการระดับ 0 - 1 สามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติ ไม่มีความเสี่ยง หากมีอาการอยู่ในระดับ 2 ตั้งครรภ์ได้ตามปกติ แต่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ แต่ถ้าอาการตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป แพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม ดูว่าสภาพร่างกายของคุณแม่ไหวไหม ประเมินว่าจะตั้งครรภ์ได้ครบกำหนดหรือไม่ หากมีอาการกำเริบระหว่างตั้งครรภ์แล้วจำเป็นต้องคลอดก่อนกำหนดก็ต้องทำ เพื่อรักษาชีวิตของคุณแม่ไว้ก่อน

สำหรับคุณแม่ที่มีอาการระดับ 4 แพทย์แนะนำให้เลี่ยงการตั้งครรภ์จะดีกว่า เพราะอาจจะมีอันตรายทั้งแม่และลูก หากตั้งครรภ์อาจมีแนวโน้มเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งแพทย์จะต้องมีการประเมินหากร่างกายของคุณแม่เหนื่อย สู้ไม่ไหวต้องพิจารณาทำการผ่าคลอดก่อนกำหนด และในการผ่าคลอดต้องมีอายุรแพทย์เข้าร่วมเพื่อดูการเต้นของหัวใจ การเสียเลือด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้มีภาวะช็อก เพราะระหว่างคลอดหัวใจมีการทำงานหนักมากขึ้น เลือดต้องไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายขณะคลอดได้